นกในคณะวิทยาศาสตร์ ม.ขอนแก่น

ใกล้วันสถาปนาคณะวิทยาศาสตร์ ม.ขอนแก่น (28 กุมภาพันธ์ ของทุกปี) ก็อยากหาอะไรมาอวดบ้าง มีรูปนก ผีเสื้อ แมลง แมงปอ ดอกไม้ ฯลฯ อยู่บ้าง เพราะเป็นมนุษย์(ป้า) ที่วันๆ ถ้าไม่ได้ยินเสียงชัตเตอร์ก็ … บ่เป็นตาอยู่ พอไม่มีเวลาออกไปไหน ก็ลงไปเดินรอบๆ ตึกในคณะฯ นี่หล่ะ

โพสนี้ขอเป็นนกก่อน (อยากทำหลายอย่าง แต่เดี๋ยวมันจะบ่ได้สักอย่าง!!)

นกที่พบในพื้นที่คณะฯ ลองไล่ดูแล้ว ทั้งที่เคยเจอในอดีตและปัจจุบันก็ยังเจอได้ มีประมาณเกือบ 50 ชนิด วันนี้เอาเฉพาะที่มีรูปที่ถ่ายในคณะฯ มาก่อนละกันเน๊าะ

ตัวแรกไม่กล่าวถึงก็คงไม่ได้ มีมากมายหลายตัว และเป็นปัญหาพอสมควร ตัวใหญ่ ขี้เยอะซะด้วย เจอได้ทุกซอกมุม นกพิราบป่า (Rock Pigeon/Feral Pigeon)

นกเขาใหญ่ (Eastern Spotted Dove) เจอได้บ่อยๆ

นกเขาชวา (Zebra Dove) เจอได้ทั่วไป ทำรังตามหลังคาทางเดินก็หลายคู่

นกกางเขนบ้าน (Oriental Magpie Robin) มีหลายตัว ทำรังวางไข่ เลี้ยงลูกอยู่แถวตึกรอบๆ สนามหลังตึกหลอดนี่หล่ะ ใครไม่เคยเจอ ลองไปนั่ง Sci Square เจอแน่นอน

ตัวผู้

ตัวเมีย

ตัวเด็กน้อย

นกเอี้ยงสาริกา (Common Myna) / นกเอี้ยงหงอน (Great Myna) เดินกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป บางวันลงสนามหญ้าตึกหลอดหลายตัว ใครอยากเจอเยอะๆ เดินไปตลาดมอเด้อ เสียงอลังการมาก

กลุ่มนกปรอด (Bulbul) ในคณะฯ เจออยู่ 2 ชนิด คือ นกปรอดสวน (Streak-eared Bulbul) เจอได้ทั่วไป / นกปรอดหัวสีเขม่า (Sooty-headed Bulbul) ชอบมาเกาะร้องตามสายไฟหน้าตึก 8 , ต้นจำปาข้างห้องน้ำชั้น B และต้นไม้ข้างตึกกลม หรือบางวันก็ไปกินน้ำจากตู้แอร์ใหญ่ตึก 8

อีกา (Eastern Jungle Crow) ที่สาวตึกหลอดก็บ่น ว่าบางช่วงก็มาร้องแบบไม่เกรงใจกันเลย

นกบั้งรอกใหญ่ (Green-billed Malkoha) ตัวเขียวๆ หางยาวๆ ช่วงหลังนี่ก็เจอค่อนข้างบ่อย รอบๆ อคร.

กลุ่มนกตัวเล็กๆ อย่างนกกินปลี (Sunbird) ก็เจอได้ถึง 3 ชนิด ได้แก่ นกกินปลีอกเหลือง นกกินปลีดำม่วง และนกกินปลีคอสีน้ำตาล ถ้าต้นชงโคออกดอก ก็ไปเฝ้าได้เลย เห็นแน่ๆ

นกกินปลีดำม่วง (Purple Sunbird) ตัวผู้ / ตัวเมีย

นกกินปลีอกเหลือง (Ornate Sunbird) ตัวผู้/ตัวเมีย

นกอีแพรดแถบอกดำ (Malaysian Pied Fantail) ก็เจอได้ไม่ยากนัก

นกที่มีสีสันขึ้นมาหน่อย นกกะรางหัวขวาน (Eurasian Hoopoe) ช่วงเดือนเมษายน ชอบพาลูกๆ มาเดินหากินอยู่สนามหลังตึกหลอด

ในกลุ่มนกเค้า (Owl) พบ 2 ชนิด ที่เห็นได้ตลอดปี บางปีพาลูกน้อยออกมาเลี้ยงให้เห็นด้วย

นกเค้าแมว, นกเค้าโมง (Asian Barred Owlet) ตามต้นไม้ใหญ่ข้าง อคร. ข้างที่จอดรถตึกกลม ต้นนนทรีที่ SCi Square ก็เจอได้นะ

นกฮูก, นกเค้ากู่ (Collared Scops Owl) ตอนหัวค่ำ ชอบมาส่งเสียงร้องดังๆ ข้าง อคร. และเคยเห็นพาลูกออกมาโชว์ตัวข้างตึกกลม และหน้าตึก 8 ด้วยนะ (ปีนี้ยังไม่เจอ)

นกตีทอง (Coppersmith Barbet) ชอบมาส่งเสียงร้อง ต้ง ต้ง แถวโรงจอดรถคณะ

ตัวเล็กจิ๋ว แต่เสียงดังมาก เจอได้บ่อยๆ นกกระจิบธรรมดา (Common Tailorbird)

นกที่ชอบคาบหญ้ามาบนตึกแล้วหายเข้าไปในรางหลอดไฟ คือเจ้าตัวนี้ค่ะ นกกระติ๊ดขี้หมู (Scaly-breasted Munia) ส่วน นกกระติ๊ดตะโพกขาว (White-rumped Munia) หลังๆ ไม่ค่อยเจอแล้ว

นกที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นนกประจำถิ่น นอกจากนกเหล่านี้แล้ว ยังพบนกสีชมพูสวน (Scarlet-backed Flowerpecker) นกกระปูดใหญ่ (Greater Coucal) นกแอ่นพง (Ashy Woodswallow) นกจาบคาเล็ก (Asian Green Bee-eater) เหยี่ยวนกเขาชิครา (Shikra) นกแสก (Barn Owl) นกแอ่นบ้าน (House Swift) และนกแอ่นตาล (Asian Palm Swift)

นกที่หายไปอย่างน่าแปลกใจ คือ นกกระจอกบ้าน และ นกกระจอกใหญ่ เมื่อตอนเริ่มถ่ายภาพนกใหม่ๆ (ปี 2551 ) ในพื้นที่คณะวิทย์ เจอเยอะมากๆ แต่ตอนนี้ไม่มีเลย

นกอพยพก็พอมีอยู่บ้างค่ะ ที่เจอประจำ ได้แก่ นกจับแมลงคอแดง (Taiga Flycatcher) ทางเดินไปตึกหลอดเจอประจำ

นกอุ้มบาตร (White Wagtail) ก็เจอเกือบทุกปี (ให้เดาว่าหลังคาตึกไหน)

นกกระเบื้องผา (Blue Rockthrush) ก็มาอยู่เรื่อยๆ บางปีมาหาถึงหลังห้องเลย

นกที่ถือว่าหายาก แล้วเจอโดยบังเอิญ (มีธุระต้องเดินไปเปิดไม้กั้นให้ช่างที่มาซ่อมเครื่องมือ เดินผ่าน อคร. แล้วได้ยินเสียงแปลกๆ จนต้องเดินตามหา) คือ นกเอี้ยงถ้ำ (Blue Whistlingthrush) นกอยู่ 2 วันแล้วก็หายไป

เมื่อก่อนตอนที่ยังมีตึก SC02 รอบๆ มีต้นแดง ต้นกัลปพฤกษ์ และต้นคูณ เจอนกอพยพได้หลายชนิดอยู่นะ ตอนนี้ที่พอจะเจอได้ มีนกจับแมลงสีน้ำตาล นกแซงแซวสีเทา นกแซงแซวหางปลา นกพญาไฟสีเทา

2 ชนิดนี้ถ่ายเมื่อหลายปีก่อน

สำหรับใครที่อยากเริ่มดูนก ลองเริ่มจากนกใกล้ๆ ตัว รอบๆ ตัวไปก่อนค่ะ ถ้าลองสังเกตดีดี น่าจะเจอได้หลายชนิดทีเดียว

ทะเลบัวแดง…ดูนก

เกาะกระแสทะเลบัวแดงกับเขาซะหน่อย

จะว่าไป ก็ไป (ดูนก) บ่อยอยู่นะ ตั้งแต่ยังไม่มีทะเลบัวแดง จนตอนนี้ดังเปรี้ยงปร้าง

หนองหานกุมภวาปี หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองหานกุมภวาปี เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ตั้งอยู่ในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี และบางส่วนของอำเภอประจักษ์ศิลปาคม มีพื้นที่ประมาณ 28,125 ไร่ (พื้นที่ในเขตคันดิน)

พื้นที่หนองหานกุมภวาปี มีรายงานการพบนกทั้งสิ้น 167 ชนิด (ข้อมูลจาก eBird) 50 วงศ์ สามารถดูนกได้รอบๆ พื้นที่ชุ่มน้ำ ถ้าอากาศเป็นใจใน 1 วัน อาจพบนกได้มากกว่า 60 ชนิด

ถ้าลงล่องเรือตามกระแสลิซ่า ก็มีนกหลากหลายชนิดที่จะสามารถเห็นได้ ลองดูค่ะ ใครไปมาแล้ว พอจะเห็นตัวไหนบ้าง คุ้นๆ ตัวไหนบ้างหรือไม่ (ที่จริงเจอได้เยอะกว่านี้นะคะ)

ชนิดแรกที่คิดว่าเจอแน่ๆ คือ นกกระสาแดง (Purple Heron) ค่ะ ตัวใหญ่ๆ ยืนอยู่ท่ามกลางดอกบัวนั่นหล่ะ

อีกชนิดคือ เป็ดคับแค (Cotton Pygmy Goose) เวลาล่องเรือไป แล้วมีนกบินขึ้นตัวขาวๆ ปีกเขียวๆ นั่นหล่ะ ใช่เลย

ตัวสีฟ้าๆ นั่น นกอีโก้ง (Grey-headed Swamphen) ค่ะ บางทีเจอเป็นร้อยๆ ตัว เยอะมากๆ

ตัวสีขาว หางยาวๆ (บางที) คือ นกอีแจว (Pheasant-tailed Jacana) ค่ะ ถ้าในฤดูผสมพันธุ์หางยาวๆ สวยมาก

ตัวดำๆ คิ้วขาว นั่น นกพริก (Bronze-winged Jacana) ค่ะ ถ้าเจอแสงแดดจะเหลือบสวยมากๆ

เป็ดอีกชนิดที่เจอทีไร จะตื่นเต้นมากๆ เพราะเมื่อก่อน ถือว่าเป็นนกหายากมาก แต่เดี๋ยวนี้ เจอได้ไม่ยากนัก คือ เป็ดเทาพันธุ์อินเดีย (Indian Spot-billed Duck)

บินแดงๆ บนฟ้า หรือบางทีก็เกาะต้นไม้ใกล้ๆ ฝั่ง คือ เหยี่ยวแดง (Brahminy Kite) ค่ะ น่าจะต้องได้เจอแน่ๆ

ตัวดำๆ ใหญ่หน่อย โฉบกินแมลงตามดอกบัว คือ นกแซงแซวหางปลา (Black Drongo)

นกกระยางที่ตัวใหญ่ๆ ปากสีเหลือง คือ นกยางโทนใหญ่ (Great Egret) ค่ะ ถ้าตัวเล็กหน่อยจะเป็นนกยางโทนน้อย ถ้าปากดำ จะเป็นนกยางเปียค่ะ

ตัวนี้ เจอได้ตั้งแต่ยังไม่ลงเรือ ตามดอกบัวก็เจอได้ : นกยอดหญ้าหัวดำ (Eastern Stonechat)

มีเสาตรงไหน เกาะตรงนั้น : นกนางแอ่นบ้าน (Barn Swallow)

รอบๆ ยังมีอะไรให้เสาะหาอีกเยอะ ใครเจออะไรบ้าง ลองดูค่ะ

ดูนก…น้ำหนาว

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์  อยู่ตอนเหนือสุดของกลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว สภาพพื้นที่เป็นป่าสนภูเขาสลับป่าเต็งรังและทุ่งหญ้า กระจายอยู่ทั่วไปในเขตอุทยาน ซึ่งมีพื้นที่ 966 ตร.กม. มีอากาศหนาวเย็นในฤดูหนาว จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว คือ การดูนกทำได้ง่าย และมีโอกาสเห็นนกได้อย่างชัดเจน การเข้าถึงพื้นที่ค่อนข้างสะดวก มีร้านอาหาร ที่พัก ที่กางเต็นท์ให้บริการ

การดูนกสามารถเดินดูนกในบริเวณโดยรอบที่ทำการอุทยานได้ จะพบนกชนิดต่างๆ ที่เป็นนกเด่นของพื้นที่ นกที่พบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว มีทั้งสิ้นประมาณ 338 ชนิด (ข้อมูลจาก eBird) มากกว่า 60 วงศ์ (Family)

โพสต์นี้จะพามารู้จักกับนกที่มีโอกาสเจอ เมื่อไปเดินดูนกในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว (ซึ่งนี่เป็นเพียงบางส่วน) ขอไล่เป็นวงศ์ไปนะคะ

นกกลุ่มแรกที่น่าจะได้เจอแน่ๆ คือนกใน วงศ์อีกาและนกกะลิงเขียด (Corvidae) นกในวงศ์นี้มีขนาดปานกลางถึงใหญ่ ปากใหญ่แข็งแรง ขาและเล็บแข็งแรง หางยาว รูจมูกมีขนปกคลุม ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย ร้องเสียงดัง นกที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่ นกขุนแผน นกปีกลายสก๊อต นกสาลิกาเขียว นกกะลิงเขียด นกกะลิงเขียดสีเทา และอีกา

นกขุนแผน เจอได้ไม่ยาก นกปีกลายสก๊อต ต้องแหงนหน่อย ส่วนนกสาลิกาเขียว ต้องใช้ดวงนิดนึ่ง

ถัดมาเป็นนกใน วงศ์นกขี้เถ้าและนกพญาไฟ (Campephagidae) เป็นนกขนาดเล็กถึงปานกลาง ส่วนใหญ่อยู่เป็นฝูง ปากไม่ยาวมาก ปลายงุ้ม รูจมูกมีขนปกคลุม ขาสั้น ตีนบอบบาง ปีกยาวแหลม หางยาว กลุ่มนกพญาไฟมีสีสดใส ส่วนใหญ่ตัวผู้สีแดง ตัวเมียสีเหลือง นกที่พบเป็นประจำ ได้แก่ นกพญาไฟใหญ่ นกพญาไฟสีเทา นกพญาไฟตะโพกสีน้ำตาล นกพญาไฟเล็ก นกพญาไฟสีกุหลาบ นกขี้เถ้าใหญ่  นกเฉี่ยวบุ้งใหญ่

นกเขียวก้านตอง (Chloropseidae) นกขนาดเล็กถึงปานกลาง ตัวสีเขียว ปากสั้นปานกลางและโค้งลง ขาสั้น ปีกสั้นมนกลม ตัวผู้มักมีใต้คอสีดำ กินลูกไม้และน้ำหวานดอกไม้ รวมทั้งแมลงต่างๆ  ได้แก่ นกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง (เจอแน่ๆ ) นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า (เจอแน่ๆ เช่นกัน) นกเขียวก้านตองท้องสีส้ม (แล้วแต่ดวง จริงๆ นะ)

นกกินแมลงและนกกะราง (Leiothrichidae) นกขนาดเล็กถึงปานกลาง รูปร่างหลากหลาย หากินทั้งบนพื้นดินและบนต้นไม้ อยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นฝูง ปากเรียวโค้งลง บางชนิดมีขาแข็งแรง นิ้วตีนอวบหนา ปีกสั้นกลม ขนลำตัวอ่อนนุ่ม มักออกสีน้ำตาล หลบซ่อนตัวเก่ง นกที่ต้องเจอ คือ นกกะรางหัวหงอก ซึ่งมักจะมาเป็นฝูง ส่งเสียงร้องเสียงดัง ส่วนใหญ่ในฝูงจะมี นกกะรางสร้อยคอเล็ก ปนมาด้วย

นกคอพันและนกหัวขวาน (Picidae) นกขนาดเล็กถึงใหญ่ ปากแหลมตรงใช้เจาะต้นไม้หาหนอนหรือแมลง หางมีแกนขนแข็งใช้พยุงตัวในแนวตั้งขณะเกาะ นิ้วตีนยื่นไปข้างหน้าสองนิ้วและข้างหลังหนึ่งหรือสองนิ้ว บินเป็นลอนคลื่น ทำรังในโพรงไม้ที่เจาะขึ้นเอง

น้ำหนาวนับว่าเป็นแหล่งดูนกหัวขวานที่ง่ายมาก มีรายงานการพบถึง 17 ชนิด ชนิดที่พบเป็นประจำ ได้แก่ นกหัวขวานเขียวหัวดำ นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง นกหัวขวานเล็กหงอนเหลือง นกหัวขวานใหญ่หงอนเหลือง นกหัวขวานสีตาล นกหัวขวานด่างแคระ ส่วนนกหัวขวานใหญ่สีดำ นกหัวขวานใหญ่สีเทา นกหัวขวานเขียวป่าไผ่ พบได้ไม่ง่ายนัก

นกโพระดก (Megalaimidae) นกขนาดเล็กถึงปานกลาง หัวโต คอสั้น มีแต้มสีสดใสบนหัวและคอ ปากสั้นหนา กินลูกไม้ต่างๆ ทำรังในโพรงไม้ที่เจาะขึ้นเอง แต่ละชนิดมีเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์ นกที่พบบ่อย ได้แก่ นกตั้งล้อ นกโพระดกคอสีฟ้า นกโพระดกหน้าผากดำ นกตีทอง

นกไต่ไม้ (Sittidae) นกขนาดเล็ก ลำตัวป้อมเล็ก ปากยาวแหลมแข็งแรง ขาสั้นหนา ตีนแข็งแรงและมีเล็บยาวโค้ง ไต่ไปมาตามลำต้นและกิ่งไม้ได้คล่องแคล่วเพื่อหาอาหาร นกที่เจอเป็นประจำ ได้แก่ นกไต่ไม้ท้องสีส้ม และนกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่

นกปรอด (Pycnonotidae) นกขนาดเล็กถึงปานกลาง ปากเรียวแหลมและโค้งลงเล็กน้อย มีขนหนวด หัวมีหงอนในบางชนิด มักมีตาสีเด่นชัด ท้ายทอยมีขนเป็นเส้นๆ คล้ายเส้นผม มีรายงานพบ 12 ชนิด ๆ ที่พบบ่อย ได้แก่ นกปรอดเหลืองหัวจุก นกปรอดหัวตาขาว นกปรอดหัวสีเขม่า นกปรอดโอ่งเมืองเหนือ นกปรอดคอลาย นกปรอดทอง ถ้าโชคดีจะได้เจอนกปรอดดำ นกปรอดแถบปีกเหลือง

นกแซงแซว (Dicruridae) สีดำหรือเทา อยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ หางยาวหลายรูปแบบ มักมีหงอนสั้น ปากยาวหนาและงุ้มตรงปลาย ขนหนวดเด่นชัด รูจมูกมีขนปกคลุม นกที่พบเป็นประจำ ได้แก่ นกแซงแซวสีเทา นกแซงแซวเล็กเหลือบ นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่

นกเขียวคราม (Irenidae) นกขนาดปานกลางค่อนข้างใหญ่ สีออกฟ้าครามเป็นประกายสลับสีดำ ปากหนาปลายแหลม หางตัด กินลูกไม้และแมลงบนยอดไม้

นกขุนแผน (Trogonidae) หัวโต หางยาวและกว้าง ตัวผู้มีลายปีกสีขาว ตัวเมียสีน้ำตาล ปากกว้างแบน ตีนเล็กไม่แข็งแรง มักเกาะนิ่งเป็นเวลานานๆ ในระดับกลางเรือนยอด พบ 2 ชนิด ได้แก่ นกขุนแผนหัวแดง และนกขุนแผนอกสีส้ม

นกขมิ้น (Oriolidae) นกขนาดปานกลาง ปากแข็งแรงและแหลม สีลำตัวสดใสเป็นสีเหลืองสด แดงคล้ำ หรือขาว ปีกแหลม หางยาวปานกลาง ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย นกที่พบได้เป็นประจำ ได้แก่ นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกขมิ้นหัวดำใหญ่ (ในภาพเป็นนกยังไม่เต็มวัย)

นกจับแมลงและนกเขน (Muscicapidae) นกขนาดเล็ก หัวและตาค่อนข้างโต ปากแบน กว้างและงุ้มตรงปลาย มีขนหนวดชัดเจน ขาสั้น ตีนเล็ก และบอบบาง บินโฉบไปมาได้คล่องแคล่ว มีรายงาน 30 ชนิด นกที่พบประจำ ได้แก่ นกกาเขนบ้าน นกกางเขนดง นกจับแมลงสีน้ำตาล นกจับแมลงสีฟ้า นกเขนน้อยไซบีเรีย นกกางเขนน้ำหัวขาวเหนือ นกเอี้ยงถ้ำ นกจับแมลงคอแดง นกกระเบื้องผา นกกระเบื้องคอขาว

นกกางเขนดง : White-rumped Shama

นกกางเขนน้ำหัวขาวเหนือ : Northern White-crowned Forktail

นกกินปลีและนกปลีกล้วย (Nectariniidae) นกขนาดเล็ก ตัวผู้มักมีสีขนเป็นประกายสดใสอยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ ปากยาวเรียวมากและโค้งลง ลิ้นเป็นหลอดปลายแฉก ใช้สำหรับดูดน้ำหวานดอกไม้ นกที่พบบ่อย ได้แก่ นกกินปลีอกเหลือง นกกินปลีหางยาวคอดำ นกกินปลีแก้มสีทับทิม นกกินปลีดำม่วง ส่วนนกกินปลีท้ายทอยน้ำเงิน พบไม่บ่อย

นกกาฝาก (Dicaeidae) นกขนาดเล็ก ตัวอ้วนป้อม คอสั้น เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วตลอดเวลา ปากสั้นหนาจนถึงยาวเรียวโค้งลง ลิ้นเป็นหลอดใช้ดูดน้ำหวานดอกไม้ มักพบหากินตามพุ่มกาฝาก นกที่พบ ได้แก่ นกกาฝากสีเรียบ นกสีชมพูสวน นกกาฝากก้นเหลือง นกกาฝากอกเพลิง

นอกจากนี้ ยังสามารถเจอนกเล็กนกน้อยได้อีกหลายชนิด

อ้างอิง คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล นกเมืองไทย

นกขุนแผนหัวแดง : Red-headed Trogon

คิดอยู่นานว่าโพสต์แรก จะเขียนเรื่องอะไรดี (คิดนานจนเวลาล่วงเลยมาเป็นปี) นึกขึ้นได้ว่าเร็วๆ นี้จะมีค่ายดูนกที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เขียนเรื่องนกที่เคยเจอในน้ำหนาวสักหน่อยดีกว่า

คิดถึงน้ำหนาว ก็ต้องคิดถึงนกขุนแผนหัวแดง (Red-headed Trogon) เพราะเป็นนกที่ สวย แดง เด่นมากๆ อยากเจอทุกครั้งที่ไป ซึ่งก็ไม่ได้เจอทุกครั้งอย่างที่หวัง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเจอได้ไม่ยากมากรอบๆ ที่กางเต็นต์/ที่ทำการ ก็เจอได้ แต่เดี๋ยวนี้ต้องเข้าเทรลไปหน่อยถึงจะหาตัวเจอ (อาจจะแล้วแต่ดวงด้วยแหละ)

นกขุนแผนหัวแดงเป็นนกประจำถิ่น พบค่อนข้างบ่อย ตัวผู้และตัวเมียแยกได้ชัดเจน ตัวผู้ จะมีปากและหนังรอบตาสีน้ำเงินแกมฟ้า หัว อก และท้องแดง หลังสีน้ำตาล มีแถบโค้งสีขาวพาดอก ปีกลายขาวสลับดำ

นกขุนแผนหัวแดง ตัวผู้

ตัวผู้ ในอริยบทต่างๆ

ส่วนตัวเมีย มีหัวสีน้ำตาล ปีกลายน้ำตาลสลับดำ

ชื่อไทย : นกขุนแผนหัวแดง
Common Name : Red-headed Trogon
Scientific Name : Harpactes erythrocephalus
Family : Trogonidae
Order : Trogoniformes